เมื่อวันที่ 2 มีนาคม เวลา 15.00 น. เกิดเหตุเด็กนักเรียนจมน้ำที่หาดทรายทองศรีโคตร บูรณ์ (ท้ายเมือง) หลังสำนักงานตำรวจท่องเที่ยว ริมฝั่งโขง อ.เมือง จ.นครพนม ในที่เกิดเหตุพบกลุ่มเพื่อนนักเรียนและชาวบ้านจับกลุ ่มวิพากษ์วิจารณ์ถึงอาถรรพ์ของแม่น้ำโขง โดยเจ้าหน้าที่ต่างระดมงมหาร่างของ ด.ช.จิรภัทร แก้วกิ่ง หรือน้องอิ๊กคิว อายุ 13 ปี นักเรียนชั้น ม.1/7 โรงเรียนปิยะมหาราชาลัย ที่พลัดจมน้ำสูญหายไป ใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง จึงกู้ศพขึ้นมาได้ เบื้องต้นทราบว่า น้องอิ๊กคิว พร้อมกลุ่มเพื่อนสอบเสร็จเป็นวันสุดท้าย ก่อนปิดภาคเรียน จึงชักชวนกลุ่มเพื่อนชายหญิงร่วมห้อง 20 คนลงเล่นน้ำ ก่อนพลัดตกร่องน้ำลึกถูกกระแสน้ำพัดหายไป

นางจีรัญญา กิ่งแก้ว วัย 40 ปี มารดาของน้องอิ๊กคิว เล่าว่า ก่อนเกิดเหุลูกชายได้กลับมาบ้านขอเงิน 200 บาท บอกว่าจะไปกินหมูกะทะฉลองสอบเสร็จกับเพื่อนๆ กระทั่งเพื่อนบ้านโทรศัพท์มาบอกว่าลูกชายจมน้ำเสียชี วิตแล้ว จึงนำธูปเทียนจุดขอขมาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้พบศพลูกชาย โดยเร็ว

ขณะที่ นายสม อายุ 56 ปี อาชีพรับจ้างเช่าห่วงยาง กล่าวว่า เห็นกลุ่มนักเรียนมาเล่นน้ำกว่า 20 คน แต่เช่าห่วงยางไม่ถึง 5 ห่วง บริเวณที่เด็กจมน้ำเป็นร่องน้ำลึกคล้ายแอ่งกะทะ ทุกปีจะมีเด็กจมน้ำเสียชีวิตตรงจุดนี้ตลอด ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเด็กนักเรียน บางคนร่ำลือกันว่าอาจจะเป็นอาถรรพ์ของแม่น้ำโขง ที่ทุกปีจะต้องมีเด็กจมน้ำเสียชีวิต

จากการสอบถามนักวิชาการประมง ระบุว่าจุดที่เด็กจมน้ำเสียชีวิตทุกปี คาดว่าเป็นแอ่งคล้ายกะทะ สาเหตุเกิดจากตะกอนทรายไหลมาทับถมและแรงกัดเซาะโดยธร รมชาติใต้พื้นทรายมีแรงดันอากาศ เมื่อเด็กเดินไปเหยียบทรายจะบุ๋มตัวลงรวมเร็ว คล้ายถูกทรายดูด และนักวิชาการยังระบุด้วยว่า จุดดังกล่าวคาดว่าจะมีปลาชนิดหนึ่ง มาคุ้ยขุดหลุมเป็นวังอาศัย เพื่อหลบกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยว จึงเกิดเหตุสลดขึ้นทุกปี ซึ่งจะได้ประสานเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องทำสัญลักษณ์เตื อนไม่ให้ลงเล่นน้ำในจุดนี้ จึงขอฝากเตือนผู้ปกครองได้ฝากบุตรหลานอย่าให้ลงเล่นน ้ำในบริเวณดังกล่าวเด็ดขาด.